บริษัท
ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด (TSD) ในฐานะสำนักหักบัญชีและหน่วยงานที่ทำหน้าที่รับฝากหลักทรัพย์สำหรับหลักทรัพย์ที่ซื้อขายกันในตลาดทุนไทย
ได้จัดเตรียมระบบสำหรับการให้บริการในธุรกรรมยืมและให้ยืมหลักทรัพย์
(Securities Borrowing and Lending: SBL) เพื่อเป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงจากการผิดนัดส่งมอบหลักทรัพย์และเพื่อช่วยเสริมสร้างสภาพคล่องในการซื้อขายหลักทรัพย์
อีกทั้งส่งเสริมให้มีการใช้ทรัพยากรในตลาดทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ในปัจจุบัน TSD ได้พัฒนาระบบ
SBLขึ้น เพื่อเป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงอันจะเกิดขึ้นจากการผิดนัดส่งมอบหลักทรัพย์ของบริษัทสมาชิก
โดย TSD จะทำหน้าที่เป็น Lender of Last Resort หรือแหล่งให้ยืมหลักทรัพย์แหล่งสุดท้ายของบริษัทสมาชิก
และTSD ยังให้บริการในฐานะคนกลางในธุรกรรมการยืมและให้ยืม
โดยจะจับคู่การยืมและการให้ยืมหลักทรัพย์โดยคิดค่าธรรมเนียมจากทั้งผู้ยืมและผู้ให้ยืมหลักทรัพย์
และจะเป็นผู้บริหารหลักประกันผันแปรให้กับบริษัทสมาชิก โดยผู้ให้ยืมหลักทรัพย์จะได้รับผลตอบแทนเป็นค่าธรรมเนียมในการให้ยืมหลักทรัพย์หรือ
Lending fee
นอกจากนี้ TSD ยังได้ดำเนินการพัฒนาระบบงาน
Back- Office เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ที่เข้ามาทำธุรกรรม
ทั้งในระดับผู้ยืมและให้ยืมที่เป็นลูกค้าของสมาชิกอีกด้วย
ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับ SBL ของ
TSD
SBL คือ การทำสัญญายืมระหว่างผู้ยืมฝ่ายหนึ่งกับผู้ให้ยืมอีกฝ่ายหนึ่ง
โดยผู้ให้ยืมตกลงโอนหลักทรัพย์ให้แก่ผู้ยืม ณ วันที่ตกลงและผู้ยืมตกลงว่าจะโอนหลักทรัพย์ที่ยืมคืนให้กับผู้ให้ยืมเมื่อถึงวันครบกำหนดสัญญา
และเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการที่ผู้ยืมไม่สามารถส่งมอบหลักทรัพย์คืนได้
ผู้ยืมจึงตกลงโอนทรัพย์สินในคราวเดียวกัน เพื่อวางเป็นประกัน
(Collateral) ให้กับผู้ให้ยืม ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งเงินสดหรือหลักทรัพย์ประเภทต่างๆ
ตามที่คู่สัญญาได้ตกลงกัน โดยผู้ให้ยืมจะคืนทรัพย์สินที่วางเป็นประกันเมื่อได้รับหลักทรัพย์ที่ยืมคืนจากผู้ยืม
ณ วันครบกำหนดสัญญา ตามปกติมูลค่าของหลักประกันขั้นต่ำจะมากกว่าหรือเท่ากับมูลค่าของหลักทรัพย์ที่ยืม
ขึ้นอยู่ความกับความเชื่อมั่นในคู่สัญญา ทั้งนี้เมื่อถึงวันครบกำหนดสัญญาผู้ยืมจะต้องโอนหลักทรัพย์ที่ยืมคืนแก่ผู้ให้ยืม
พร้อมทั้งจ่ายค่าธรรมเนียมการยืม (Lending fee) ในอัตราที่ได้ตกลงกันไว้ตั้งแต่วันที่ทำสัญญา
ในขณะเดียวกัน ผู้ให้ยืมก็จะต้องโอนหลักประกันคืนให้แก่ผู้ยืม
รวมทั้งคืนเงินดอกเบี้ยที่ได้จากหลักประกันที่เป็นเงินสด (Interest
On Cash Collateral) ด้วย

ทั้งนี้ในการทำธุรกรรม SBL
สมาชิกฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสามารถคืนหลักทรัพย์ก่อนครบกำหนดอายุสัญญา
(Early Return) หรือทำการต่ออายุสัญญา (Rollover) ก็ได้ ทั้งนี้จะต้องได้รับการยินยอมจากคู่สัญญานอกจากนั้น
TSD ได้กำหนดระยะเวลาการยืมหลักทรัพย์ในแต่ละครั้งไม่เกิน
1 ปี เพื่อคู่สัญญาจะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้จากการโอนหลักทรัพย์และหลักประกันจากกรมสรรพากร
ประเภทของธุรกรรม SBL
- Put-Through Transactions: เป็นการทำธุรกรรมที่เงื่อนไขเป็นไปตามข้อตกลงของผู้ยืมและผู้ให้ยืม
โดย TSD ทำหน้าที่เป็นตัวกลาง (Agent)
- Settlement Coverage Transactions: เป็นธุรกรรมระหว่างสำนักหักบัญชีและผู้ให้ยืม
โดยสำนักหักบัญชีจะทำหน้าที่เป็น Principal ในธุรกรรมการยืมและดำเนินการยืมเพื่อสมาชิกที่อาจผิดนัดส่งมอบหลักทรัพย์
โดยเงื่อนไขในการทำธุรกรรมจะเป็นไปตามที่สำนักหักบัญชีกำหนด
ประเภทของหลักทรัพย์ที่ยืมและให้ยืมได้
(Eligible Securities)
- หลักทรัพย์ที่ TSD ให้บริการรับฝาก ได้แก่หลักทรัพย์ในระบบงานรับฝากหลักทรัพย์
ประเภทของหลักประกัน (Eligible Collateral)
- เงินสด สกุลเงินบาท
- พันธบัตรรัฐบาล
- หลักทรัพย์จดทะเบียนใน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
- Letter of Guarantee
ทั้งนี้ TSD จะกำหนดอัตราคิดลด
(Haircut Rate) ในการคำนวณมูลค่าหลักประกันแตกต่างกันไปตามประเภทของหลักทรัพย์ที่นำมาวางค้ำประกันและอายุคงเหลือของพันธบัตร
เป็นต้น และจะทำการบันทึกมูลค่าหลักประกันทุกประเภทไว้ในระบบ
SBL ซึ่งในระหว่างอายุของสัญญาราคาของหลักทรัพย์ที่ให้ยืมและหลักประกันอาจเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้
ดังนั้นเพื่อให้คู่สัญญาทั้ง 2 ฝ่ายมั่นใจได้มูลค่าหลักทรัพย์หรือหลักประกันจะได้รับการประเมินอย่างสม่ำเสมอ
TSD ในฐานะตัวกลางในการให้บริการ SBL จะทำหน้าที่เปรียบเทียบมูลค่าหลักทรัพย์ที่ให้ยืมและหลักประกันที่มิใช่เงินสด
หรือ Letter of Guarantee หรือที่เรียกสั้นๆ ว่าการทำ Mark
to Market ทุกวันทำการ และเรียก Margin จากคู่สัญญา นอกจากนี้
TSD จะติดตามการดำเนินการเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ที่บริษัทผู้ออกหลักทรัพย์กำหนดในหลักทรัพย์ที่ให้ยืมหรือที่เป็นหลักประกัน
โดยจะทำการแจ้งให้คู่สัญญาทราบล่วงหน้าและดูแลให้คู่สัญญาได้รับการชดเชยสิทธิประโยชน์ดังกล่าว
การขอใช้บริการ SBL
- เป็นสมาชิกผู้ฝากของ TSD
- สมัครใช้บริการ SBL ของ TSD
- เปิดบัญชี SBL และบัญชีหลักประกันเพื่อ SBL
- ปฏิบัติตามระเบียบวิธีปฏิบัติของ TSD
ประโยชน์ของบริการ SBL ของ TSD ที่สมาชิกจะได้รับ
- อำนวยความสะดวกและลดภาระในการปฏิบัติงานหลังการทำธุรกรรม
SBL
- ช่วยลดต้นทุนในการดำเนินธุรกรรมโดยรวมของอุตสาหกรรม
- ช่วยให้ผู้ใช้บริการมีความมั่นใจในการทำธุรกรรมเพิ่มมากขึ้น
เนื่องจาก TSD ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการดูแลบริหาร Margin
- ช่วยลดความเสี่ยงของการชำระราคาและส่งมอบด้วยการทำธุรกรรม
SBL
- ระบบทำการแจ้งเตือนสถานะของธุรกรรมให้คู่สัญญาทราบ อาทิเช่น
Close Leg status, Manufactured Payment, Corporate Action,
Unit Process เป็นต้น
ค่าธรรมเนียมระบบ SBL
- เรียกเก็บในอัตรา 5% ของค่าธรรมเนียมการยืม (Lending Fee) สำหรับธุรกรรม SBL Put Through โดยมีค่าธรรมเนียมขั้นต่ำ 100 บาท ต่อรายการ
- เรียกเก็บในอัตรา 10% ของค่าธรรมเนียมการยืม (Lending Fee) สำหรับธุรกรรม SBL Settlement Coverage
- เรียกเก็บจากทั้งผู้ยืมและผู้ให้ยืม
- ยกเว้นค่าธรรมเนียมการโอนที่เกิดขึ้นในระบบอัตโนมัติ สำหรับหลักทรัพย์ที่ยืมและที่เป็นหลักประกัน
ขั้นตอนการสมัครเป็นสมาชิก SBL
1. ขอรับ/Downloadใบสมัครในการขอใช้บริการระบบ
SBL จาก www.tsd.co.th
1.1
คำขอใช้บริการธุรกรรมการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ และ/หรือธุรกรรมการซื้อคืนหลักทรัพย์
1.2
คำขอเปิดบัญชีฝากหลักทรัพย์
1.3
หนังสือแจ้งเลขที่บัญชีฝากหลักทรัพย์/ บัญชีเงินฝาก สำหรับระบบงาน
SBL
1.4
หนังสือขอแต่งตั้งเจ้าหน้าที่รับอนุญาตในระบบงานธุรกรรม
SBL
1.5
หนังสือแจ้งยกเลิก/ เพิ่มเติมเจ้าหน้าที่รับอนุญาตในระบบงานธุรกรรม
SBL
(กรณีที่ผู้ขอใช้บริการเป็นสมาชิกบาทเนตของธนาคารแห่งประเทศไทยและยังไม่ได้มอบอำนาจให้
TSD เป็นผู้ส่งคำสั่งการชำระราคาและรับเงินกับธปท. และดำเนินการกับบัญชีเงินฝากที่ธปท.
ภายใต้ระบบการเชื่อมโยงและชำระราคาหลักทรัพย์)
2. ยื่นใบสมัครพร้อมเอกสารประกอบ
2.1
สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท (มีอายุไม่เกิน 3 เดือน)
2.2
สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มีอำนาจลงนามแทนสมาชิกผู้ฝาก
2.3
สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ
2.4
อากรแสตมป์ (30 บาทต่อผู้รับมอบอำนาจ 1 ท่าน)
3. พิจารณาและอนุมัติจาก TSD
4. เมื่ออนุมัติแล้ว TSD จะทำการ
Maintain เลขที่บัญชีและแจ้ง User และ Password ในการเข้าระบบ
SBL กลับให้แก่สมาชิก
ตารางขั้นตอนการสมัครเป็นสมาชิก

หากสนใจบริการ SBL หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่
บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด
E-mail:
marketingpost-trade@set.or.th หรือโทร. 0 2229 2897
|